ข่าวเด่นวันนี้ ข่าวดัง ข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง ครบทุกข่าว

คนไทยแห่ซื้ออาหาร

มีนาคม 16, 2020
by Dallas
0 comments

คนไทยแห่ซื้ออาหาร ของใช้จำเป็น ผวาวิกฤติโควิด-19 ระบาดหนักขึ้น

คนไทยแห่ซื้ออาหาร ของใช้จำเป็น ผวาวิกฤติโควิด-19 ระบาดหนักขึ้น 

วันนี้ (15 มี.ค.) มีรายงานว่าพบประชาชนจำนวนมากออกไปจับจ่ายซื้ออาหารและของใช้จำเป็นในห้างค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต เนื่องจากกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ในประเทศไทยว่าจะขยายวงกว้างมากขึ้น หลังจากพบว่าช่วง 2-3 วันนี้มีการพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขแถลงยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 32 ราย แม้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยเฝ้าระวังจากการที่เป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งก็ยังคงเกิดความกังวลว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น เหมือนอย่างที่เจอในประเทศอื่นๆ เช่น อิตาลี เกาหลีใต้ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมรวมทั้งสิ้น 114 ราย รักษาหายแล้ว 37 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 76 ราย เสียชีวิต 1 ราย

ขอบคุณที่มา : sanook

ลำปางผุดไอเดีย

มีนาคม 15, 2020
by Dallas
0 comments

ลำปางผุดไอเดีย “หน้ากากอนามัยปลุกเสก” ทำจากจีวรพระ

ลำปางผุดไอเดีย “หน้ากากอนามัยปลุกเสก” ทำจากจีวรพระ 

นอภ.เสริมงาม เตรียมผุดไอเดียปลุกเสกหน้ากากผ้าเพื่อเป็นกำลังใจชาวบ้าน ขณะที่พระสงฆ์บริจาคผ้าสบงให้ชาวบ้านเย็บเป็นหน้ากาก

นายนเรศวร์ฤทธิ์ อุบลศรี นายอำเภอเสริมงาม ลงพื้นที่อาคาร กศน.อ.เสริมงาม จ.ลำปาง ซึ่งมีกลุ่มจิตอาสา ที่ร่วมกันเย็บหน้ากากอนามัยแบบผ้า ซึ่งทำมาจากผ้าสบงของพระสงฆ์ โดยในวันนี้มีชาวบ้าน จิตอาสา นักศึกษา กศน. เกือบ 20 คนมาช่วยกันทำ โดยมี จนท.กศน.อำเภอเสริมงาม จนท.สาธารณะสุขอำเภอเสริมงามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันสอนขั้นตอนการทำให้กับชาวบ้านและจิตอาสา

นายนเรศวร์ฤทธิ์ เปิดเผยว่าทางอำเภอเสริมงามร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาโดยได้รับความเมตตาจากพระครูไพโรจน์ ปัญญาวุธ เจ้าคณะอำเภอเสริมงามและพระภิกษุสงฆ์เกือบทุกพื้นที่ในอำเภอเสริมร่วมกันมอบผ้าสบงซึ่งเป็นของใหม่นำมามอบให้ทางอำเภอเสริมงามเพื่อนำไปผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้า เพื่อนำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์และมอบให้ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเสริมงาม โดยตั้งเป้าหมายการผลิตให้ได้ประมาณสามหมื่นชิ้น ทั้งนี้ยอมรับว่าขาดแคลนเส้นยางยืดซึ่งเป็นส่วนประกอบในการทำเป็นสายคล้อง จึงทำให้สามารถผลิตหน้ากากผ้าได้วันละประมาณ 200-300 ชิ้นต่อวัน และหลังจากนี้จะได้เร่งหาวัสดุที่ขาดแคลนและกระจายให้จิตอาสาในพื้นที่ตามตำบลต่างๆช่วยกันผลิตคาดว่าจะสามารถผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าได้วันละ2-3พันชิ้นต่อวัน และขณะนี้มีหลายฝ่ายได้เสนอไอเดียให้ทำการปลุกเสกหน้ากากอนามัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้านในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาทั้งนี้ทางอำเภอเสริมงามจะได้เร่งให้ความรู้เกี่ยวกับ ไวรัสโควิด-19 ควบคู่กันให้กับชาวบ้านอีกด้วย

ขอบคุณที่มา : sanook

แบงก์กรุงเทพ

มีนาคม 13, 2020
by Dallas
0 comments

แบงก์กรุงเทพ พบพนักงาน 1 คน ป่วยโควิด-19 ให้เพื่อนร่วมงานทำงานที่บ้าน 14 วัน

แบงก์กรุงเทพ พบพนักงาน 1 คน ป่วยโควิด-19 ให้เพื่อนร่วมงานทำงานที่บ้าน 14 วัน 

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ซึ่งลงชื่อโดย นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ว่า ขณะนี้พนักงานของธนาคาร จำนวน 1 คน ซึ่งปฏิบัติงานประจำ ณ อาคารแสงทองธานี ชั้น 26 ได้รับการตรวจและยืนยันจากแพทย์ว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยสันนิษฐานว่าสาเหตุติดจากบุคคลในครอบครัว ซึ่งพนักงานคนดังกล่าวได้แจ้งหัวหน้างานและธนาคารทราบทันทีที่ได้รับผลตรวจยืนยันของบุคคลในครอบครัว ในวันที่ 11 มีนาคม 2563

โดยทันทีที่ทราบเหตุการณ์ ธนาคารได้ให้พนักงานคนดังกล่าว เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และให้ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้านเพื่อเฝ้าระวังอาการภายใต้หลักเกณฑ์ 14 วัน ตามแนวปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกัน ธนาคารได้ปิดพื้นที่ สถานที่ทำงาน ณ อาคารแสงทองธานี ชั้น 26 ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทันทีในวันเดียวกัน (11 มีนาคม 2563) โดยใช้มาตรฐานการทำความสะอาดเดียวกันกับโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงตามแนวทางการป้องกันโรค ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ ธนาคารได้ติดตามตรวจสอบเพื่อนร่วมงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้เข้าพบแพทย์และอยู่ระหว่าง รอผลการตรวจวินิจฉัย และให้ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้านตามมาตรการที่ธนาคารกำหนด เพื่อเฝ้าระวังอาการภายใต้หลักเกณฑ์ 14 วันเช่นกัน

ขอบคุณที่มา : sanook

กรมการค้าภายใน

มีนาคม 12, 2020
by Dallas
0 comments

กรมการค้าภายใน แจ้งความโฆษกกรมศุลฯ ฐานหมิ่นประมาท ปมส่งออกหน้ากากอนามัย

กรมการค้าภายใน แจ้งความโฆษกกรมศุลฯ ฐานหมิ่นประมาท ปมส่งออกหน้ากากอนามัย 

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.) พร้อมฝ่ายกฎหมาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากรในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากรณีแถลงข่าวว่ามีการส่งออกหน้ากากอนามัย 330 ตัน ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมมูลค่า 160 ล้านบาท อ้างว่าการส่งออกดังกล่าว เป็นการดำเนินการของผู้ประกอบการไม่กี่ราย และกรมศุลกากรอนุญาตให้ส่งออกหน้ากากอนามัย ตามใบอนุญาตของกรมการค้าภายใน

โดยนายวิชัย เปิดเผยว่า การส่งออกหน้ากากอนามัย 330 ตัน เป็นไปตามที่กรมศุลกากร แจ้งในแถลงการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นพิกัดจากศุลกากรซึ่งรวมสินค้าอื่นนอกจากหน้ากากอนามัย อาทิ ผ้าหุ้มเบาะ ผ้าคลุม ซึ่งเป็นการส่งออกก่อนมีประกาศควบคุมการส่งออกหน้ากากอนามัยที่มีผลเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 อีกทั้งการส่งออกโดยปกติใช้มาตรวัดเป็นชิ้น ไม่ได้นับเป็นตัน จึงไม่ทราบว่านายชัยยุทธ นำข้อมูลดังกล่าวมาจากไหน ขณะที่กรมการค้าภายใน ห้ามไม่ให้ส่งออกหน้ากากอนามัยสำหรับการแพทย์เด็ดขาด โดยตอนนี้ โรงงานมีกำลังการผลิตหน้ากากได้จำนวน 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน และตั้งแต่มีคำสั่งควบคุมการส่งออกหน้ากากอนามัย มีผู้ขอส่งออก 53 ล้านชิ้น และสั่งห้ามส่งออก 41 ล้านชิ้น ส่วนที่อนุญาตส่งออกได้จำนวน 12 ล้านชิ้น เนื่องจากเป็นของที่ยึดไม่ได้หรือไม่สามารถป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้ หรือสินค้ามีลิขสิทธิ์หากนำมาใช้ โรงงานจะโดนฟ้อง ยืนยันว่าทุกขั้นตอนโปร่งใสและมีกรรมการตรวจรับ

นายวิชัย กล่าวอีกว่า ภายในสัปดาห์นี้จะมีข่าวดีเรื่องหน้ากากอนามัย เพราะโรงงานเริ่มปรับสายการผลิตให้มีกำลังเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 1.2 ล้านชิ้นเป็น 1.3-1.4 ล้านชิ้น ซึ่งจะเพียงพอสำหรับบุคคลที่มีความจำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ส่วนคนปกติแนะนำให้ใช้หน้ากากผ้าทดแทน สำหรับเหตุผลที่มาแจ้งความยัง บก.ปอท.เพราะเป็นหน่วยงานที่ครอบคลุมเรื่องสื่อคอมพิวเตอร์ทั้งหมด โดยวันนี้มาแจ้งความนายชัยยุทธ ในนามของกรมการค้าภายในเพื่อเรียกคืนศักดิ์ศรีให้องค์กร ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างองค์กร แต่มองเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างโฆษกกรมศุลกากรกับกรมการค้าภายใน

ขอบคุณที่มา : sanook

ศาลสั่งจำคุก

มีนาคม 11, 2020
by Dallas
0 comments

ศาลสั่งจำคุก 50 ปี ครูหนุ่มใหญ่บังคับเด็กชาย ป.2 ให้อมหนอนน้อย-ไม่ให้ประกันตัว

ศาลสั่งจำคุก 50 ปี ครูหนุ่มใหญ่บังคับเด็กชาย ป.2 ให้อมหนอนน้อย-ไม่ให้ประกันตัว 

ศาลตัดสินหนักจำคุก 50 ปี ครูหนุ่มใหญ่บังคับให้เด็กนักเรียน ป.2 ให้อมนกเขา พร้อมไม่อนุญาตประกันตัว พบมีเด็กตกเป็นเหยื่ออีกเพียบนับสิบราย

จากกรณีที่ นายกระจ่าง โสบุตร คณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ ได้นำพ่อแม่ของเด็กชายเอ (นามสมมุติ) เรียนอยู่ชั้น ป.2 เข้าแจ้งความที่ สภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ว่าครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนกระทำอนาจาร โดยให้เด็กชายเอจับและอมอวัยวะเพศ ถึง 4 ครั้ง จนเกิดอาการหวาดผวา ไม่กล้าไปโรงเรียน

และยังมีเด็กนักเรียนอีกเกือบ 10 คน ถูกครูรายนี้บังคับให้ทำอนาจารในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีผู้ไปแจ้งความแล้ว 2 รายเหตุเกิดเมื่อปี 2560-2561 จนทำให้เด็กไม่กล้าไปโรงเรียน ซึ่งต่อมาทางนายกระจ่าง ได้นำเข้าแจ้งความเมื่อเดือน ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (11 มี.ค.) ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ทางศาลได้นัดตัดสินในคดีนี้ โดยทาง นายกมล (นามสมมุติ) อายุประมาณ 65 ปี ครูที่ตกเป็นผู้ต้องหา พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางมาที่ศาล และมีทางฝ่ายผู้กล่าวหาเป็นผู้ปกครองและนายกระจ่าง เดินทางมาฟังคำพิพากษาในครั้งนี้

ซึ่งทางศาลได้ตัดสิน ว่านายกมลรัตน์ มีความผิด ตัดสินลงโทษรวม 4 กระทง จำคุก 56 ปี 16 เดือน ลดโทษเหลือ 50 ปี ให้จำเลยจ่ายเงินค่าสินไหมให้ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็ก จำนวน 60,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นมารดาของเด็ก จำนวน 30,000 บาท

หลังฟังคำตัดสินจำเลยมีสีหน้าเคร่งเครียดและทางตำรวจได้เข้ามาควบคุมตัวทันที ซึ่งต่อมาเมื่อช่วงเที่ยงจำเลยได้ยื่นประกันแล้ว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน ทั้งนี้ จำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่ง เรื่องประกันต่อศาลอุทธรณ์ได้

ด้าน นายกระจ่าง โสบุตร คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนของเด็กรายนี้ กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาลที่ลงโทษครูที่กระทำการกับเด็ก อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ 12 มี.ค. จะมีการตัดสินคดีในลักษณะเดียวกันกับอดีตครูรายนี้อีก 1 คดี ซึ่งเป็นการกระทำที่เหมือนกัน และได้มีการแจ้งความไว้ด้วย

ขอบคุณที่มา : sanook

บุกทลายโรงงานหน้ากากมือสอง

มีนาคม 3, 2020
by Dallas
0 comments

บุกทลายโรงงานหน้ากากมือสอง เอาไปซักรีดก่อนส่งขาย ซ้ำเติมสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

บุกทลายโรงงานหน้ากากมือสอง เอาไปซักรีดก่อนส่งขาย ซ้ำเติมสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 

เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งผลิตหน้ากากอนามัยรีไซเคิล ซ้ำเติมสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี พบแก๊งวัยรุ่นกำลังซักและรีดให้เหมือนใหม่

วานนี้ (2 มี.ค.) เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่ง อ.วิหารแดง ต.หนองสรวง จ.สระบุรี พบกลุ่มชายวัยรุ่นรวมจำนวน 6 คน กำลังแบ่งหน้าที่กันทำงาน ส่วนหนึ่งคัดแยกชิ้นส่วนหน้ากากอนามัย เป็นของใช้แล้ว บางคนทำหน้าที่ใช้เตารีด รีดหน้ากากอนามัยที่เป็นของเก่าโดยใช้ไม้ไผ่ตั้งยึดกับแท่นไม้ทแยงเป็น 4 มุมเพื่อดึงสายคาดหน้ากากอนามัยให้ตึงเพื่อใช้เตารีด รีดหน้ากากอนามัยให้เรียบก่อนพับให้เหมือนของใหม่นำบรรจุใส่กล่อง เพื่อนำส่งออกจำหน่าย

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบในบริเวณเพิงพักติดกับตัวบ้านพบเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ 1 เครื่อง เตารีด 2 อัน ถุงบิ๊กแบ็กจำนวนหลายใบ และกล่องกระดาษขนาดใหญ่อีกหลายใบภายในบรรจุชิ้นส่วนหน้ากากอนามัยที่ผ่านการคัดแยกแล้ว และที่ยังไม่ได้คัดแยกอีกเป็นจำนวนมากวางทับซ้อนกันอยู่ คาดว่าจะมีหลายหมื่นชิ้น ส่วนที่พงหญ้าห่างจากตัวบ้านเล็กน้อยยังพบ หน้ากากอนามัยที่ชำรุดที่ผ่านการคัดแยกแล้ว ถูกนำใส่ถุงขนาดใหญ่ถูกนำมากองทิ้งไว้เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

สอบสวนทราบว่าบ้านดังกล่าวเป็นของ นางจิน อายุ 47 ปี ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไม่พบอยู่ในบ้าน โดยมี นายคุณ อายุ 17 ปี ลูกชายทำหน้าที่ดูแลคุมคนงานอยู่ ให้การว่า หน้ากากอนามัยที่พบนำมาจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่ไม่ทราบว่าที่ใด ตนไม่ทราบรายละเอียดมากนัก เพราะส่วนใหญ่แม่ คือ นางจิน จะเป็นผู้ดูแล

สำหรับหน้ากากอนามัยที่ผ่านการรีดและพับเรียบร้อยกำลังนำบรรจุกล่องเพื่อจัดส่งไปจำหน่าย โดยว่าจ้างกลุ่มวัยรุ่นมาทำงานคัดแยก (รีไซเคิลใหม่) หน้ากากอนามัยดังกล่าวให้ค่าจ้างอันละ 1 บาท แต่ละคนทำได้วันหนึ่ง 3-400 อัน

ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอวิหารแดง ได้ต่อสายโทรศัพท์พูดคุยสอบถาม นางจิน เจ้าของบ้านดังกล่าวขณะไปทำธุระนอกบ้าน ถึงแหล่งที่มาของหน้ากากอนามัย และนำหน้ากากอนามัยจำนวนมากเหล่านี้มาทำอะไร

นางจิน ตอบว่า นำมาจากโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งแต่ไม่บอกว่าที่ใด โดยแจ้งแก่นายอำเภอว่าได้นำหน้ากากอนามัยเหล่านั้นมาคัดแยก นำเหล็กที่ประกอบอยู่ในหน้ากากอนามัยเพื่อนำไปหลอมละลายนำแร่เหล็กไปขาย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ

นายสมศักดิ์ นายอำเภอวิหารแดง เปิดเผยว่า จากหลักฐานหน้าการอนามัยเป็นจำนวนมากที่พบ กับพฤติกรรมในการกระทำรีไซเคิลหน้ากากอนามัยเหล่านี้ รวมถึงคำให้การของลูกชายเจ้าของบ้านขัดกัน จึงมอบหมายให้พนักงานสอบสวนทำบันทึกตรวจยึดหน้ากากอนามัยเหล่านั้นไว้ทั้งหมด

และนำบางส่วนส่งไปพิสูจน์ประสานกับพาณิชย์ฯ ถึงที่มาของหน้ากากอนามัย รวมถึงให้ตรวจสอบใบอนุญาตการทำการค้ารับซื้อของเก่าว่าถูกต้องหรือไม่ และมอบให้สำนักงานสาธารณสุข อ.วิหารแดง เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.วิหารแดง ในฐานะผู้เสียหาย หากมีการนำหน้ากากอนามัยที่มีการรีไซเคิล แล้วนำกลับไปจำหน่ายให้กับประชาชนที่กำลังขาดตลาดนับเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

ขอบคุณที่มา : sanook