ข่าวเด่นวันนี้ ข่าวดัง ข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง ครบทุกข่าว

ศาลสั่งจำคุก

มีนาคม 11, 2020
by Dallas
0 comments

ศาลสั่งจำคุก 50 ปี ครูหนุ่มใหญ่บังคับเด็กชาย ป.2 ให้อมหนอนน้อย-ไม่ให้ประกันตัว

ศาลสั่งจำคุก 50 ปี ครูหนุ่มใหญ่บังคับเด็กชาย ป.2 ให้อมหนอนน้อย-ไม่ให้ประกันตัว 

ศาลตัดสินหนักจำคุก 50 ปี ครูหนุ่มใหญ่บังคับให้เด็กนักเรียน ป.2 ให้อมนกเขา พร้อมไม่อนุญาตประกันตัว พบมีเด็กตกเป็นเหยื่ออีกเพียบนับสิบราย

จากกรณีที่ นายกระจ่าง โสบุตร คณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ ได้นำพ่อแม่ของเด็กชายเอ (นามสมมุติ) เรียนอยู่ชั้น ป.2 เข้าแจ้งความที่ สภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ว่าครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนกระทำอนาจาร โดยให้เด็กชายเอจับและอมอวัยวะเพศ ถึง 4 ครั้ง จนเกิดอาการหวาดผวา ไม่กล้าไปโรงเรียน

และยังมีเด็กนักเรียนอีกเกือบ 10 คน ถูกครูรายนี้บังคับให้ทำอนาจารในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีผู้ไปแจ้งความแล้ว 2 รายเหตุเกิดเมื่อปี 2560-2561 จนทำให้เด็กไม่กล้าไปโรงเรียน ซึ่งต่อมาทางนายกระจ่าง ได้นำเข้าแจ้งความเมื่อเดือน ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (11 มี.ค.) ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ทางศาลได้นัดตัดสินในคดีนี้ โดยทาง นายกมล (นามสมมุติ) อายุประมาณ 65 ปี ครูที่ตกเป็นผู้ต้องหา พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางมาที่ศาล และมีทางฝ่ายผู้กล่าวหาเป็นผู้ปกครองและนายกระจ่าง เดินทางมาฟังคำพิพากษาในครั้งนี้

ซึ่งทางศาลได้ตัดสิน ว่านายกมลรัตน์ มีความผิด ตัดสินลงโทษรวม 4 กระทง จำคุก 56 ปี 16 เดือน ลดโทษเหลือ 50 ปี ให้จำเลยจ่ายเงินค่าสินไหมให้ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็ก จำนวน 60,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นมารดาของเด็ก จำนวน 30,000 บาท

หลังฟังคำตัดสินจำเลยมีสีหน้าเคร่งเครียดและทางตำรวจได้เข้ามาควบคุมตัวทันที ซึ่งต่อมาเมื่อช่วงเที่ยงจำเลยได้ยื่นประกันแล้ว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน ทั้งนี้ จำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่ง เรื่องประกันต่อศาลอุทธรณ์ได้

ด้าน นายกระจ่าง โสบุตร คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนของเด็กรายนี้ กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาลที่ลงโทษครูที่กระทำการกับเด็ก อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ 12 มี.ค. จะมีการตัดสินคดีในลักษณะเดียวกันกับอดีตครูรายนี้อีก 1 คดี ซึ่งเป็นการกระทำที่เหมือนกัน และได้มีการแจ้งความไว้ด้วย

ขอบคุณที่มา : sanook

บุกทลายโรงงานหน้ากากมือสอง

มีนาคม 3, 2020
by Dallas
0 comments

บุกทลายโรงงานหน้ากากมือสอง เอาไปซักรีดก่อนส่งขาย ซ้ำเติมสถานการณ์ไวรัสโควิด-19

บุกทลายโรงงานหน้ากากมือสอง เอาไปซักรีดก่อนส่งขาย ซ้ำเติมสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 

เจ้าหน้าที่บุกทลายแหล่งผลิตหน้ากากอนามัยรีไซเคิล ซ้ำเติมสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี พบแก๊งวัยรุ่นกำลังซักและรีดให้เหมือนใหม่

วานนี้ (2 มี.ค.) เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่ง อ.วิหารแดง ต.หนองสรวง จ.สระบุรี พบกลุ่มชายวัยรุ่นรวมจำนวน 6 คน กำลังแบ่งหน้าที่กันทำงาน ส่วนหนึ่งคัดแยกชิ้นส่วนหน้ากากอนามัย เป็นของใช้แล้ว บางคนทำหน้าที่ใช้เตารีด รีดหน้ากากอนามัยที่เป็นของเก่าโดยใช้ไม้ไผ่ตั้งยึดกับแท่นไม้ทแยงเป็น 4 มุมเพื่อดึงสายคาดหน้ากากอนามัยให้ตึงเพื่อใช้เตารีด รีดหน้ากากอนามัยให้เรียบก่อนพับให้เหมือนของใหม่นำบรรจุใส่กล่อง เพื่อนำส่งออกจำหน่าย

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบในบริเวณเพิงพักติดกับตัวบ้านพบเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ 1 เครื่อง เตารีด 2 อัน ถุงบิ๊กแบ็กจำนวนหลายใบ และกล่องกระดาษขนาดใหญ่อีกหลายใบภายในบรรจุชิ้นส่วนหน้ากากอนามัยที่ผ่านการคัดแยกแล้ว และที่ยังไม่ได้คัดแยกอีกเป็นจำนวนมากวางทับซ้อนกันอยู่ คาดว่าจะมีหลายหมื่นชิ้น ส่วนที่พงหญ้าห่างจากตัวบ้านเล็กน้อยยังพบ หน้ากากอนามัยที่ชำรุดที่ผ่านการคัดแยกแล้ว ถูกนำใส่ถุงขนาดใหญ่ถูกนำมากองทิ้งไว้เป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

สอบสวนทราบว่าบ้านดังกล่าวเป็นของ นางจิน อายุ 47 ปี ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไม่พบอยู่ในบ้าน โดยมี นายคุณ อายุ 17 ปี ลูกชายทำหน้าที่ดูแลคุมคนงานอยู่ ให้การว่า หน้ากากอนามัยที่พบนำมาจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่ไม่ทราบว่าที่ใด ตนไม่ทราบรายละเอียดมากนัก เพราะส่วนใหญ่แม่ คือ นางจิน จะเป็นผู้ดูแล

สำหรับหน้ากากอนามัยที่ผ่านการรีดและพับเรียบร้อยกำลังนำบรรจุกล่องเพื่อจัดส่งไปจำหน่าย โดยว่าจ้างกลุ่มวัยรุ่นมาทำงานคัดแยก (รีไซเคิลใหม่) หน้ากากอนามัยดังกล่าวให้ค่าจ้างอันละ 1 บาท แต่ละคนทำได้วันหนึ่ง 3-400 อัน

ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ แก้วเสนา นายอำเภอวิหารแดง ได้ต่อสายโทรศัพท์พูดคุยสอบถาม นางจิน เจ้าของบ้านดังกล่าวขณะไปทำธุระนอกบ้าน ถึงแหล่งที่มาของหน้ากากอนามัย และนำหน้ากากอนามัยจำนวนมากเหล่านี้มาทำอะไร

นางจิน ตอบว่า นำมาจากโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งแต่ไม่บอกว่าที่ใด โดยแจ้งแก่นายอำเภอว่าได้นำหน้ากากอนามัยเหล่านั้นมาคัดแยก นำเหล็กที่ประกอบอยู่ในหน้ากากอนามัยเพื่อนำไปหลอมละลายนำแร่เหล็กไปขาย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ

นายสมศักดิ์ นายอำเภอวิหารแดง เปิดเผยว่า จากหลักฐานหน้าการอนามัยเป็นจำนวนมากที่พบ กับพฤติกรรมในการกระทำรีไซเคิลหน้ากากอนามัยเหล่านี้ รวมถึงคำให้การของลูกชายเจ้าของบ้านขัดกัน จึงมอบหมายให้พนักงานสอบสวนทำบันทึกตรวจยึดหน้ากากอนามัยเหล่านั้นไว้ทั้งหมด

และนำบางส่วนส่งไปพิสูจน์ประสานกับพาณิชย์ฯ ถึงที่มาของหน้ากากอนามัย รวมถึงให้ตรวจสอบใบอนุญาตการทำการค้ารับซื้อของเก่าว่าถูกต้องหรือไม่ และมอบให้สำนักงานสาธารณสุข อ.วิหารแดง เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.วิหารแดง ในฐานะผู้เสียหาย หากมีการนำหน้ากากอนามัยที่มีการรีไซเคิล แล้วนำกลับไปจำหน่ายให้กับประชาชนที่กำลังขาดตลาดนับเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

ขอบคุณที่มา : sanook