ข่าวเด่นวันนี้ ข่าวดัง ข่าวกีฬา ข่าวบันเทิง ครบทุกข่าว

แห่ชื่นชม

มีนาคม 24, 2020
by Dallas
0 comments

แห่ชื่นชม ผู้ว่าฯหมูป่า ลงพื้นที่ทำงานจริง จนลำปางไร้ผู้ติดเชื้อโควิด-19

แห่ชื่นชม ผู้ว่าฯหมูป่า ลงพื้นที่ทำงานจริง จนลำปางไร้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ ลำปาง ลงพื้นที่บัญชาการเอง ทั้งไฟป่า และสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19

(24 มี.ค.) โลกออนไลน์มีการออกมาชื่นชมการทำงานของ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าจังหวัดลำปาง ซึ่งสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) ภายในจังหวัดได้ดี และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด

โดย เฟซบุ๊ก พันธนะ ไชยช่อฟ้า ได้โพสต์ภาพ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ขณะเข้าดูแลควบคุมสถานการณ์ต่างๆ โดยระบุว่า “อยู่จังหวัดใหนประชาชนจังหวัดนั้นอยู่เย็นเป็นสุข ท่านผู้ว่าคนนี้ปัจจุบันเป็นผู้ว่าจังหวัดลำปาง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่เป็นผู้บังคับบัญชาการวางแผนทุกอย่างตอนเด็กติดถ้ำหลวง

ล่าสุดจ้า ท่านลงพื้นที่จัดการไฟป่าด้วยตัวท่านเอง บัญชาการสั่งการลงพื้นที่เพื่อเห็นปัญหาที่แท้จริง แถมช่วงนี้โควิดระบาดหนัก ท่านก็ลงพื้นที่สั่งการให้ร้านค้า ที่สาธารณะ ขนส่งต่างๆ ให้อยู่ในกรอบที่ท่านวางไว้ เพื่อไม่ให้โควิดเข้ามาระบาดในจังหวัดของท่านเอง

ล่าสุด ตอนนี้จังหวัดลำปางเป็นหนึ่งจังหวัด ที่ยังไม่มีผู้ใดติดเชื้อ Covid-19 เลยครับ #อยากได้ผู้ว่าแบบนี้”

ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งชื่นชม ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ และแสดงความอิจฉาชาวลำปาง ร่วมถึงมีการแชร์โพสต์ไปแล้วกว่า 574 ครั้ง

ขอบคุณที่มา : sanook

เสี่ยโป้ช่วยประกันตัว

มีนาคม 20, 2020
by Dallas
0 comments

เสี่ยโป้ช่วยประกันตัว สาวท้องแก่ขโมยไส้กรอกในห้างให้ลูก เจ้าตัวสัญญาจะไม่ทำอีก

เสี่ยโป้ช่วยประกันตัว สาวท้องแก่ขโมยไส้กรอกในห้างให้ลูก เจ้าตัวสัญญาจะไม่ทำอีก 

เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รปภ.ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในย่านอำเภอพระประแดง สมุทรปราการ ว่าควบคุมตัวสาวงท้องแก่ที่ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในห้างสรรพสินค้าเอาไว้ได้พร้อมของกลาง จึงได้เดินทางไปรับตัวสาวผู้ก่อเหตุมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.พระประแดง สมุทรปราการ พบว่าเป็นสาวท้องแก่ ตั้งท้องได้ 8 เดือนและ ระหว่างเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนสามีได้พาบุตรสาววัย 3 และ 4 ขวบ จำนวน 2 คนเดินทางตามมาที่โรงพัก หลังจากที่บุตรสาวทั้งสองได้เห็นแม่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวถึงกับร้องไห้โฮ พร้อมทั้งบอกกับตำรวจว่า “อย่าจับแม่หนู” ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างพากันสลดใจ

ของกลางประกอบด้วย เสื้อผ้าเด็กหญิง ไส้กรอก ปูอัด ยาสีฟัน ยาสระผม สบู่ รวมมูลค่ากว่า 2,000 บาท หลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้พาตัวสาวท้องแก่ผู้ก่อเหตุเข้าควบคุมไว้ในห้องควบคุมของ สภ.พระประแดง จนกระทั่งกลางดึกสาวผู้ก่อเหตุได้เกิดอาการเจ็บท้อง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพต้องนำส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์ได้ระบุว่าเป็นการเจ็บท้องเตือนเฉยๆ ยังไม่ถึงกำหนดคลอด จึงได้ส่งตัวกลับมาควบคุมที่โรงพัก สภ.พระประแดง จนกลายเป็นกระแส ดราม่า เกิดขึ้นทำให้ชาวเน็ตต่างพากันเห็นใจและวิงวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือครอบครัวนี้

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ เมื่อช่วงสายของวันนี้ที่ 19 มีนาคม 2563 มีรายงานว่า เสี่ยโป้ อานนท์ ได้ยื่นมือเข้ามาให้ช่วยเหลือครอบครัวนี้แล้ว และได้ติดต่อสอบถามขั้นตอนการประกันตัวกับพนักงานสอบสวน เจ้าของคดีเพื่อขอประกันตัว หญิงท้องแก่คนดังกล่าว พร้อมทั้งโอนเงินจำนวน 9 หมื่นบาท เข้าบัญชีสามีของหญิงสาวผู้ก่อเหตุ เพื่อยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนจำนวน 7 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือใช้เป็นทุนตั้งต้นในการค้าขายเลี้ยงครอบครัว หลังจากที่สาวท้องแก่คนดังกล่าว ได้รับการประกันตัวถึงกับน้ำตาคลอเบ้า พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาขอบคุณเสี่ยโป้และสังคมที่เป็นห่วงและเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ หลังจากนี้ต้องเองจะไม่กลับไปก่อเหตุเช่นนี้อีก ขณะเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นตามระเบียบของทางราชการพร้อมจะหามาตรการเยียวยาในระยะยาว

ขอบคุณที่มา : sanook

เจอตัวแล้ว

มีนาคม 19, 2020
by Dallas
0 comments

เจอตัวแล้ว เด็กแว้นซิ่งขวางรถกู้ภัย ไม่รู้มีรถอยู่ข้างหลัง-น้ำตาคลออยากขอโทษผู้ตาย

เจอตัวแล้ว เด็กแว้นซิ่งขวางรถกู้ภัย ไม่รู้มีรถอยู่ข้างหลัง-น้ำตาคลออยากขอโทษผู้ตาย 

เจอตัวแล้ว เด็กแว้นซิ่งขวางรถกู้ภัยไม่ยอมหลบจนส่งผู้ป่วยล่าช้าและเสียชีวิต พบเป็นเยาวชนอายุ 14 ปี เจ้าตัวบอกแค่อยากลองรถ ไม่รู้มีรถกู้ภัยอยู่ข้างหลัง อยากขอโทษผู้ตายและสังคม ยืนยันจะไม่ทำอีก

จากกรณีที่มีเด็กแว้นซิ่งรถจักรยานยนต์ขวางรถกู้ภัยประจักษ์หนองคาย ขณะไปรับผู้ป่วยอาการหนัก ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ส่งผลให้รถกู้ภัยนำส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลหนองคายได้ล่าช้า จนทำให้เสียชีวิต เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของเด็กแว้นรายนี้อย่างกว้างขวาง

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 มี.ค.) เมื่อเวลา 09.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามตัวเด็กแว้นรายนี้มาได้แล้ว พร้อมทั้งเชิญพ่อแม่มาด้วย โดยได้มีการอบรมสั่งสอน ด.ช.วัย 14 ปี ถึงพฤติการณ์ดังกล่าว ซึ่งระหว่างการพูดคุย ด.ช.มีท่าทางเสียใจ มีน้ำตาคลออยู่ตลอดเวลา สำนึกผิดอย่างเห็นได้ชัด

ด.ช.วัย 14 ปี กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อหมูปิ้ง แล้วระหว่างทางกลับบ้านเกิดคึกคะนองอยากลองรถ จึงขี่ด้วยความเร็วไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ยินเสียงรถกู้ภัยเลย พอถึงสามแยกทางเลี่ยงเมืองจึงเลี้ยวขวากลับบ้าน จนได้เห็นข่าวก็รู้สึกเสียใจ สำนึกผิด

ตนได้โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษญาติผู้เสียชีวิตไปแล้วด้วย อยากขอโทษสังคม ยืนยันว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก และจะคอยเตือนสติเพื่อนๆ ที่คึกคะนองเวลาขี่รถจักรยานยนต์แบบตนด้วย

ด้าน พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้กวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะขับขี่รถไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบอนุญาต ขับขี่รถให้ปลอดภัยไม่ใช่แค่ตัวเองที่เดือดร้อน ญาติพี่น้องก็จะเดือดร้อนตามไปด้วย หากไปชนคนอื่นก็จะเกิดความสูญเสียต่อผู้อื่นด้วย

ขอให้ทุกคนใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง อย่าให้เกิดลักษณะแบบนี้อีก เด็กแว้นขี่รถไปมาขอความกรุณางดเว้น ตอนนี้กำชับให้ตำรวจจราจรบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดกว่านี้ ต้องทำประกันภัยรถด้วยหากเวลาเกิดเหตุก็ได้ไม่เสียใจภายหลัง พร้อมฝากกำชับผู้ปกครองดูแลบุตรหลานให้ดีด้วย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ด.ช.วัย 14 ปี รายนี้ ตามมาตรา 43(8) พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ขับรถเร็วไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน และ ขับรถประมาทหวาดเสียว อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินผู้อื่น พร้อมส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณที่มา : sanook

ภรรยานายกไก่

มีนาคม 18, 2020
by Dallas
0 comments

ภรรยานายกไก่ แปดริ้ว ติดโควิด-19ตามสามี คนใกล้ชิดอีก 4 คนไม่พบเชื้อ

ภรรยานายกไก่ แปดริ้ว ติดโควิด-19ตามสามี คนใกล้ชิดอีก 4 คนไม่พบเชื้อ 

จากกรณี 15 มี.ค. ที่ผ่านมา นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา หรือที่รู้จักในชื่อ นายกไก่ เมืองแปดริ้ว บิดาของนายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาเปิดเผยว่า นายกิตติ ติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 โดยเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา นายกิตติได้เดินทางไปชมการแข่งขันชกมวย ที่สนามมวยลุมพินี

ล่าสุดในเฟซบุ๊ก “ผู้ใหญ่ไก่รักแปดริ้ว” ได้โพสต์แจ้งข่าวอีกครั้ง ระบุว่าภรรยาของนายกิตติ ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกัน ส่วนคนใกล้ชิดอีก 4 รายไม่พบเชื้อ ข้อความระบุว่า

นางสุรวดี เป้าเปี่ยมทรัพย์ (ภรรยา) และผู้ใกล้ชิดกับท่านนายกไก่ รวมจำนวน 5 ราย ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ไปตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันที่ 15 มีนาคม 2563 ที่โรงพยาบาลเปาโล และได้รับผลการตรวจในวันที่ 17 มีนาคม 2563 ผลการตรวจพบว่า นางสุรวดี เป้าเปี่ยมทรัพย์ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนผู้ใกล้ชิดอีก 4 ราย ไม่พบเชื้อแต่อย่างใด ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เข้ารับการตรวจ นางสุรวดี เป้าเปี่ยมทรัพย์ ได้กักตัวเองอยู่ที่บ้านพักและไม่ได้ออกไปไหน เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อสู่บุคคลอื่น และได้เข้ารับการรักษาตัวในโรงยาบาลตามระบบของกระทรวงสาธารณสุขแล้วเช่นกันส่วนผู้ใกล้ชิดทั้ง 4 ราย ได้กักตัวเองอยู่ที่บ้านพักตั้งแต่วันที่เข้ารับการตรวจ ด้วยการเฝ้าระวังอาการตนเองอย่างน้อย 14 วัน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ด้วยความรักและความห่วงใย พ่อ แม่ พี่น้อง ชาวแปดริ้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์กับภรรยาท่านนายกไก่ ในห้วงวันที่ 11-15 มีนาคม 2563 ขอให้เฝ้าระวังสังเกตดูอาการของตัวเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้าน และควรล้างมือให้สม่ำเสมอด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล อย่างน้อย 20 วินาที หากมีอาการไข้สูง เจ็บคอ ไอแห้ง มีน้ำมูกไหล และหายใจเหนื่อยหอบควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจโดยละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงระหว่างวันที่ 6-15 มี.ค.2563 ที่ผ่านมา นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ได้เดินทางไปมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนเป็นจำนวนมากทั่วทั้งจังหวัด ในการเดินสายออกงานสังคมและงานประจำที่ต้องพบปะ และพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่รวมถึงกว่า 16 งาน

ขอบคุณที่มา : sanook

เปิดไทม์ไลน์

มีนาคม 17, 2020
by Dallas
0 comments

เปิดไทม์ไลน์ ร.ต.อ. สืบนครบาลติดโควิด-19 ปาร์ตี้กับเพื่อนที่บางนาต่อด้วยทองหล่อ

เปิดไทม์ไลน์ ร.ต.อ. สืบนครบาลติดโควิด-19 ปาร์ตี้กับเพื่อนที่บางนาต่อด้วยทองหล่อ 

จากกรณี ร.ต.อ. ตำแหน่งรองสารวัตร ในสังกัดกองกำกับการสืบสวน 3 ได้เข้าตรวจหาเชื้อ โควิด-19 และผลออกมาว่าเป็นบวก โดยได้แจ้งพฤติกรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามลำดับเวลา ดังนี้

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2563 เวลาประมาณ 19.00 น. ได้ไปรับประทานอาหารในงานวันเกิดกับเพื่อน ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนบางนาตราด และเมื่อเวลา 21.00 น. ได้เดินทางไปเที่ยวดื่มกิน ที่ร้านแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ จนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 8 มีนาคม 2563
วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2563 เวลา 09.00 น. ถึงวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2563 เวลา 09.00 น. ได้มาปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรที่ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. จากนั้นได้กลับบ้านพักผ่อนตามปกติ
วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2563 หลังจากกลับบ้านได้พักผ่อนตลอดทั้งวัน
วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2563 เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น ถึง 16.00 น. ได้เข้ามาทำงานที่ กก.สส.3 ก.สส.บช.น.แล้วกลับที่พัก
วันพุธที่ 11 มีนาคม 2563 เวลา 13.00 น. ได้เข้ามาทำงานที่กก.สส.3 บก.สส.บช.น. จากนั้นได้ไปที่ กองสืบ บก.น.1 ใช้เวลาประมาณ 15 นาที แล้วเดินทางกลับที่พั
วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2563 มาปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรที่ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ทราบว่า เพื่อนที่ไปร่วมงานวันเกิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 ป่วยติดเชื้อโควิด-19
วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2563 จึงกักตัวอยู่ที่บ้านพักตลอดทั้งวัน
วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2563 เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. จึงได้เดินทางไปตรวจที่สถาบันป้องกันและควบคุมโรคเขตเมืองบางเขน และเมื่อประมาณ 22.00 น. ได้รับแจ้งผลการตรวจ ทราบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คาดว่ามีการติดเชื้อไวรัสมาจากเพื่อน ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2563 ตามรายละเอียดที่แจ้งแล้วนั้น

พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ ผู้กำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น.) ได้สั่งปิดที่ทำการ กก.สส.3 เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 1 เมษายน นี้ เพื่อฉีดพ่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ส่วนข้าราชการตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ เข้าเวรประจำวันและเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ และทางแอพลิเคชั่นไลน์ชั่วคราวจนกว่าจะครบกำหนด

และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ ที่ทำการให้กักตัวเองโดยอยู่ในสถานที่ที่ทำการ พี่พักของตนเอง ห้ามออกนอกพื้นที่เป็นเวลา 14 วัน (มีกำหนดถึงวันที่ 1 เม.ย. 63) และให้เฝ้าดูอาการตนเอง หากตรวจพบมีอาการให้รีบไปรับการรักษาที่ โรงพยาบาลตำรวจหรือโรงพยาบาลอื่นโดยเร็ว

ขอบคุณที่มา : sanook

คนไทยแห่ซื้ออาหาร

มีนาคม 16, 2020
by Dallas
0 comments

คนไทยแห่ซื้ออาหาร ของใช้จำเป็น ผวาวิกฤติโควิด-19 ระบาดหนักขึ้น

คนไทยแห่ซื้ออาหาร ของใช้จำเป็น ผวาวิกฤติโควิด-19 ระบาดหนักขึ้น 

วันนี้ (15 มี.ค.) มีรายงานว่าพบประชาชนจำนวนมากออกไปจับจ่ายซื้ออาหารและของใช้จำเป็นในห้างค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ต เนื่องจากกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ในประเทศไทยว่าจะขยายวงกว้างมากขึ้น หลังจากพบว่าช่วง 2-3 วันนี้มีการพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขแถลงยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 32 ราย แม้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยเฝ้าระวังจากการที่เป็นผู้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งก็ยังคงเกิดความกังวลว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น เหมือนอย่างที่เจอในประเทศอื่นๆ เช่น อิตาลี เกาหลีใต้ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมรวมทั้งสิ้น 114 ราย รักษาหายแล้ว 37 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 76 ราย เสียชีวิต 1 ราย

ขอบคุณที่มา : sanook

ลำปางผุดไอเดีย

มีนาคม 15, 2020
by Dallas
0 comments

ลำปางผุดไอเดีย “หน้ากากอนามัยปลุกเสก” ทำจากจีวรพระ

ลำปางผุดไอเดีย “หน้ากากอนามัยปลุกเสก” ทำจากจีวรพระ 

นอภ.เสริมงาม เตรียมผุดไอเดียปลุกเสกหน้ากากผ้าเพื่อเป็นกำลังใจชาวบ้าน ขณะที่พระสงฆ์บริจาคผ้าสบงให้ชาวบ้านเย็บเป็นหน้ากาก

นายนเรศวร์ฤทธิ์ อุบลศรี นายอำเภอเสริมงาม ลงพื้นที่อาคาร กศน.อ.เสริมงาม จ.ลำปาง ซึ่งมีกลุ่มจิตอาสา ที่ร่วมกันเย็บหน้ากากอนามัยแบบผ้า ซึ่งทำมาจากผ้าสบงของพระสงฆ์ โดยในวันนี้มีชาวบ้าน จิตอาสา นักศึกษา กศน. เกือบ 20 คนมาช่วยกันทำ โดยมี จนท.กศน.อำเภอเสริมงาม จนท.สาธารณะสุขอำเภอเสริมงามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันสอนขั้นตอนการทำให้กับชาวบ้านและจิตอาสา

นายนเรศวร์ฤทธิ์ เปิดเผยว่าทางอำเภอเสริมงามร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นมาโดยได้รับความเมตตาจากพระครูไพโรจน์ ปัญญาวุธ เจ้าคณะอำเภอเสริมงามและพระภิกษุสงฆ์เกือบทุกพื้นที่ในอำเภอเสริมร่วมกันมอบผ้าสบงซึ่งเป็นของใหม่นำมามอบให้ทางอำเภอเสริมงามเพื่อนำไปผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้า เพื่อนำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์และมอบให้ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเสริมงาม โดยตั้งเป้าหมายการผลิตให้ได้ประมาณสามหมื่นชิ้น ทั้งนี้ยอมรับว่าขาดแคลนเส้นยางยืดซึ่งเป็นส่วนประกอบในการทำเป็นสายคล้อง จึงทำให้สามารถผลิตหน้ากากผ้าได้วันละประมาณ 200-300 ชิ้นต่อวัน และหลังจากนี้จะได้เร่งหาวัสดุที่ขาดแคลนและกระจายให้จิตอาสาในพื้นที่ตามตำบลต่างๆช่วยกันผลิตคาดว่าจะสามารถผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าได้วันละ2-3พันชิ้นต่อวัน และขณะนี้มีหลายฝ่ายได้เสนอไอเดียให้ทำการปลุกเสกหน้ากากอนามัยเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับชาวบ้านในสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาทั้งนี้ทางอำเภอเสริมงามจะได้เร่งให้ความรู้เกี่ยวกับ ไวรัสโควิด-19 ควบคู่กันให้กับชาวบ้านอีกด้วย

ขอบคุณที่มา : sanook

แบงก์กรุงเทพ

มีนาคม 13, 2020
by Dallas
0 comments

แบงก์กรุงเทพ พบพนักงาน 1 คน ป่วยโควิด-19 ให้เพื่อนร่วมงานทำงานที่บ้าน 14 วัน

แบงก์กรุงเทพ พบพนักงาน 1 คน ป่วยโควิด-19 ให้เพื่อนร่วมงานทำงานที่บ้าน 14 วัน 

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ซึ่งลงชื่อโดย นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ว่า ขณะนี้พนักงานของธนาคาร จำนวน 1 คน ซึ่งปฏิบัติงานประจำ ณ อาคารแสงทองธานี ชั้น 26 ได้รับการตรวจและยืนยันจากแพทย์ว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยสันนิษฐานว่าสาเหตุติดจากบุคคลในครอบครัว ซึ่งพนักงานคนดังกล่าวได้แจ้งหัวหน้างานและธนาคารทราบทันทีที่ได้รับผลตรวจยืนยันของบุคคลในครอบครัว ในวันที่ 11 มีนาคม 2563

โดยทันทีที่ทราบเหตุการณ์ ธนาคารได้ให้พนักงานคนดังกล่าว เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และให้ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้านเพื่อเฝ้าระวังอาการภายใต้หลักเกณฑ์ 14 วัน ตามแนวปฏิบัติการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกัน ธนาคารได้ปิดพื้นที่ สถานที่ทำงาน ณ อาคารแสงทองธานี ชั้น 26 ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทันทีในวันเดียวกัน (11 มีนาคม 2563) โดยใช้มาตรฐานการทำความสะอาดเดียวกันกับโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงตามแนวทางการป้องกันโรค ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ ธนาคารได้ติดตามตรวจสอบเพื่อนร่วมงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้เข้าพบแพทย์และอยู่ระหว่าง รอผลการตรวจวินิจฉัย และให้ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้านตามมาตรการที่ธนาคารกำหนด เพื่อเฝ้าระวังอาการภายใต้หลักเกณฑ์ 14 วันเช่นกัน

ขอบคุณที่มา : sanook

กรมการค้าภายใน

มีนาคม 12, 2020
by Dallas
0 comments

กรมการค้าภายใน แจ้งความโฆษกกรมศุลฯ ฐานหมิ่นประมาท ปมส่งออกหน้ากากอนามัย

กรมการค้าภายใน แจ้งความโฆษกกรมศุลฯ ฐานหมิ่นประมาท ปมส่งออกหน้ากากอนามัย 

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน(คน.) พร้อมฝ่ายกฎหมาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากรในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากรณีแถลงข่าวว่ามีการส่งออกหน้ากากอนามัย 330 ตัน ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมมูลค่า 160 ล้านบาท อ้างว่าการส่งออกดังกล่าว เป็นการดำเนินการของผู้ประกอบการไม่กี่ราย และกรมศุลกากรอนุญาตให้ส่งออกหน้ากากอนามัย ตามใบอนุญาตของกรมการค้าภายใน

โดยนายวิชัย เปิดเผยว่า การส่งออกหน้ากากอนามัย 330 ตัน เป็นไปตามที่กรมศุลกากร แจ้งในแถลงการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นพิกัดจากศุลกากรซึ่งรวมสินค้าอื่นนอกจากหน้ากากอนามัย อาทิ ผ้าหุ้มเบาะ ผ้าคลุม ซึ่งเป็นการส่งออกก่อนมีประกาศควบคุมการส่งออกหน้ากากอนามัยที่มีผลเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 อีกทั้งการส่งออกโดยปกติใช้มาตรวัดเป็นชิ้น ไม่ได้นับเป็นตัน จึงไม่ทราบว่านายชัยยุทธ นำข้อมูลดังกล่าวมาจากไหน ขณะที่กรมการค้าภายใน ห้ามไม่ให้ส่งออกหน้ากากอนามัยสำหรับการแพทย์เด็ดขาด โดยตอนนี้ โรงงานมีกำลังการผลิตหน้ากากได้จำนวน 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน และตั้งแต่มีคำสั่งควบคุมการส่งออกหน้ากากอนามัย มีผู้ขอส่งออก 53 ล้านชิ้น และสั่งห้ามส่งออก 41 ล้านชิ้น ส่วนที่อนุญาตส่งออกได้จำนวน 12 ล้านชิ้น เนื่องจากเป็นของที่ยึดไม่ได้หรือไม่สามารถป้องกันเชื้อโควิด-19 ได้ หรือสินค้ามีลิขสิทธิ์หากนำมาใช้ โรงงานจะโดนฟ้อง ยืนยันว่าทุกขั้นตอนโปร่งใสและมีกรรมการตรวจรับ

นายวิชัย กล่าวอีกว่า ภายในสัปดาห์นี้จะมีข่าวดีเรื่องหน้ากากอนามัย เพราะโรงงานเริ่มปรับสายการผลิตให้มีกำลังเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 1.2 ล้านชิ้นเป็น 1.3-1.4 ล้านชิ้น ซึ่งจะเพียงพอสำหรับบุคคลที่มีความจำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย ส่วนคนปกติแนะนำให้ใช้หน้ากากผ้าทดแทน สำหรับเหตุผลที่มาแจ้งความยัง บก.ปอท.เพราะเป็นหน่วยงานที่ครอบคลุมเรื่องสื่อคอมพิวเตอร์ทั้งหมด โดยวันนี้มาแจ้งความนายชัยยุทธ ในนามของกรมการค้าภายในเพื่อเรียกคืนศักดิ์ศรีให้องค์กร ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างองค์กร แต่มองเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างโฆษกกรมศุลกากรกับกรมการค้าภายใน

ขอบคุณที่มา : sanook

ศาลสั่งจำคุก

มีนาคม 11, 2020
by Dallas
0 comments

ศาลสั่งจำคุก 50 ปี ครูหนุ่มใหญ่บังคับเด็กชาย ป.2 ให้อมหนอนน้อย-ไม่ให้ประกันตัว

ศาลสั่งจำคุก 50 ปี ครูหนุ่มใหญ่บังคับเด็กชาย ป.2 ให้อมหนอนน้อย-ไม่ให้ประกันตัว 

ศาลตัดสินหนักจำคุก 50 ปี ครูหนุ่มใหญ่บังคับให้เด็กนักเรียน ป.2 ให้อมนกเขา พร้อมไม่อนุญาตประกันตัว พบมีเด็กตกเป็นเหยื่ออีกเพียบนับสิบราย

จากกรณีที่ นายกระจ่าง โสบุตร คณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.1 ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ ได้นำพ่อแม่ของเด็กชายเอ (นามสมมุติ) เรียนอยู่ชั้น ป.2 เข้าแจ้งความที่ สภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ว่าครูสอนคณิตศาสตร์ในโรงเรียนกระทำอนาจาร โดยให้เด็กชายเอจับและอมอวัยวะเพศ ถึง 4 ครั้ง จนเกิดอาการหวาดผวา ไม่กล้าไปโรงเรียน

และยังมีเด็กนักเรียนอีกเกือบ 10 คน ถูกครูรายนี้บังคับให้ทำอนาจารในลักษณะเดียวกัน ซึ่งมีผู้ไปแจ้งความแล้ว 2 รายเหตุเกิดเมื่อปี 2560-2561 จนทำให้เด็กไม่กล้าไปโรงเรียน ซึ่งต่อมาทางนายกระจ่าง ได้นำเข้าแจ้งความเมื่อเดือน ม.ค. 2562 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (11 มี.ค.) ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ทางศาลได้นัดตัดสินในคดีนี้ โดยทาง นายกมล (นามสมมุติ) อายุประมาณ 65 ปี ครูที่ตกเป็นผู้ต้องหา พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางมาที่ศาล และมีทางฝ่ายผู้กล่าวหาเป็นผู้ปกครองและนายกระจ่าง เดินทางมาฟังคำพิพากษาในครั้งนี้

ซึ่งทางศาลได้ตัดสิน ว่านายกมลรัตน์ มีความผิด ตัดสินลงโทษรวม 4 กระทง จำคุก 56 ปี 16 เดือน ลดโทษเหลือ 50 ปี ให้จำเลยจ่ายเงินค่าสินไหมให้ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นเด็ก จำนวน 60,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นมารดาของเด็ก จำนวน 30,000 บาท

หลังฟังคำตัดสินจำเลยมีสีหน้าเคร่งเครียดและทางตำรวจได้เข้ามาควบคุมตัวทันที ซึ่งต่อมาเมื่อช่วงเที่ยงจำเลยได้ยื่นประกันแล้ว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน ทั้งนี้ จำเลยสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่ง เรื่องประกันต่อศาลอุทธรณ์ได้

ด้าน นายกระจ่าง โสบุตร คณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนของเด็กรายนี้ กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินของศาลที่ลงโทษครูที่กระทำการกับเด็ก อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ 12 มี.ค. จะมีการตัดสินคดีในลักษณะเดียวกันกับอดีตครูรายนี้อีก 1 คดี ซึ่งเป็นการกระทำที่เหมือนกัน และได้มีการแจ้งความไว้ด้วย

ขอบคุณที่มา : sanook